VampireKnightFiction

[Fiction] Pinkish Blood CH 25

posted on 22 Mar 2011 22:33 by hoshinoaika in VampireKnightFiction
 
ตอน 25 มาแล้วค่าาาา
 
ใครกำลังรออยู่มั่งอะ
 
เลทมากๆต้องขอโทษนะคะ
 
คือจขบ.กำลังติดเกมนี้....
 
 
เก่ามะ 55555+
 
ก็เค้าเพิ่งได้เครื่องนี้มาอะ (ไปขู่เข็ญเพื่อนมาเล่น 555+)
 
 
 
ยังงัยก็ขอบคุณและขอโทษสำหรับคนที่รออ่านตอน 25 ด้วยนะคะ
 
 
Pinkish Blood
ตอนที่ 25

    บนถนนที่มีผู้คนแค่ประปราย คาริรินเดินอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยว รอบข้างมีแต่คนที่เธอไม่รู้จัก ไม่มีใครที่เธอจะสามารถคุยด้วยได้อย่างสนิทสนมสักคน สีหน้าที่เงยหน้ามองฟ้าบ่งบอกให้เห็นว่าเดินมานานจนเริ่มเหนื่อยแล้ว

    ปั่ง !!!!
    เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา คาริรินรู้สึกเจ็บปวดตรงที่อกซ้าย ก้มลงมองก็ทำให้เธอต้องเบิ่งตากว้าง เลือด....เลือดไหลออกมาจากอกซ้ายและค่อยๆกระจายออกจนเสื้อเปรอะเปื้อน คาริรินทรุดลงกับพื้นเนื่องจากเรี่ยวแรงที่หายไปหมด...
    "อะ....อะ......" หญิงสาวใช้มือกุมอกของตัวเอง พยายามเงยหน้ามองหาเจ้าของกระสุนปืนที่ฝังอยู่ในอกของเธอนี้ หญิงสาวผมยาวอีกคนหนึ่งในชุดทะมัดทะแมง ส่องปืนมายังคาริริน ปากกระบอกปืนยังมีควันสีจางๆลอยเคว้งขึ้นไปบนฟ้า

    "ครู....อุซุ...." คาริรินยังไม่ทันพูดขาดคำ เธอก็ถูกกระสุนอีกลูกฝังเข้าไปในรอยแผลเดิมอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ไหวติงแล้ว พร้อมกับร่างที่ทรุดลงบนพื้นไปทั้งร่าง ไม่มีแรงแม้แต่จะขยับดวงตาของเธอเลยสักนิด....

    "หึหึหึหึหึ...ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าาาาาาาาา ฮ่าาาาาฮ่าฮ่าฮ่า~~!!!!!! สำเร็จแล้ว ฉันทำสำเร็จแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า~~!!!!"

    เจ้าของปืนกระบอกนั้นหัวเราะราวกับคนบ้าเสียสติ หัวเราะให้กับร่างของคาริรินที่ค่อยๆมลาย กลายเป็นผุยผง เมื่อลมหายใจหลุดลอยไป....

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

    "ไม่นะ~!!!!!!" หญิงสาวสะดุ้งขึ้นมาจากความฝันอันโหดร้าย คาริรินเอามือลูบใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลออกมา

ทั้งๆที่อากาศข้างนอกหนาวจนส่งผลมาถึงข้างใน

    "ทำไมถึงฝันบ้าๆแบบนี้นะ...." คาริรินหันไปที่เตียงข้างๆ ปกติถ้าเธอละเมอและตะโกนเสียงดัง ทีน่าจะเป็นคนแรกที่ตื่นขึ้นมาโวยวายก่อน แต่เสียงกลับเงียบ และ เตียงนอนที่ว่างไร้ซึ่งผ้าปูที่นอน ลืมไปเสียเลย ว่าทีน่าไม่อยู่แล้ว คาริรินกอดเข่าตัวเอง ก้มหน้าซบลงอย่างโดดเดี่ยว เธอเพิ่งรู้ว่าการมีรูมเมทด้วยกันเป็นสิ่งที่ดีแค่ไหนก็ตอนที่ทีน่าย้ายไปอยู่หอพระจันทร์แล้วนี่เอง แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เธอก็คงไม่ต้องมาอยู่คนเดียวแบบนี้ ถ้าเธอตัดสินใจย้ายไปอยู่ไนท์คลาสตั้งแต่คืนนั้น...

    ก๊อก...ก๊อก....ก๊อก.......มีเสียงเคาะประตูขึ้นหน้าห้อง คาริรินจึงรีบลุกจากเตียงและไปเปิด สงสัยว่าเหลือเกินว่าใครนะที่มาเคาะประตูดึกดื่นขนาดนี้....

    "ไง....ไม่มีรูมเมทอยู่ด้วยซักคนนี่ห้องเงียบเชียวนะ"
    เสียงชายหนุ่มเสียงทุ้มนิ่มกล่าวขึ้นอย่างไม่เต็มใจพูด แต่ก็ไม่ได้ทำให้คาริรินรู้สึกรำคาญเลย จริงๆแล้วเธอไม่ค่อยได้คุยกับเขาเลยต่างหาก....

    "มีธุระอะไรกับฉันรึเปล่า ? ดึกดื่นป่านนี้แล้ว...ถ้าไม่มีฉันจะได้หลับต่อ"
    "ไม่มีฉันคงไม่มาหาเธอที่นี่หรอก ยูกิไปทำธุระให้ผอ.ฉันก็เลยต้องมาเรียกเธอแทน แล้วอีกอย่าง ตอนนี้มันตี 4 ละนะ ไม่ดึกแล้ว เช้าแล้วต่างหาก..."
    ชายหนุ่มคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงคงเดิม คาริรินเอื้อมหน้ากลับไปดูที่นาฬิกาห้องของตัวเอง ตี 4 แล้วจริงๆด้วย

    "แล้วตกลง นายมีอะไรกับฉันเหรอเซโร่...." คาริรินเรียกชื่อผู้ชายคนนั้น จริงๆแล้วเธอต้องเรียกเขาว่าคิริว แต่เพราะเป็นเพื่อนเรียนห้องเดียวกัน และ เคยเป็นคณะกรรมการรักษากฏระเบียบด้วยกัน ก็เลยทำให้เธอเรียกชื่อของเซโร่ได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ

    "ผอ.คุโรสึเรียกให้ไปพบ ตอนนี้...."
    "งั้นขอเวลาแปปนึง จะเปลี่ยนเสื้อก่อน"
    "ไม่ต้อง~!" เซโร่ว่าจบก็เอื้อมมือไปคว้าร่างของคาริริน ในขณะที่คาริรินกำลังจะปิดประตู คาริรินจึงจำยอมไปกับเซโร่ทั้งๆที่เธออยู่ในชุดนอน...

    คาริรินเดินออกมาจากหอพระอาทิตย์กับเซโร่อย่างเงียบๆ เซโร่หันไปหาคาริรินที่เดินสั่นเพราะไม่ทันได้เอาเสื้อหนาวออกมาด้วย เขาจึงถอดเสื้อนอกออกมาและส่งให้คาริริน

    "หือ...." คาริรินมองเสื้อตัวนั้นที่ชายหนุ่มส่งให้ โดยยังไม่ได้รับไว้
    "เอาไปเถอะ รุ่นพี่อิจิโจไม่โผล่ออกมาฟันเธอตายหรอก ป่านนี้นอนไปแล้วมั้ง..." เซโร่พูดเหมือนขอไปที สายตาเขาไม่ได้มองคาริรินเสียด้วยซ้ำ คาริรินจึงรับเอาไว้อย่างโดยดี การเดินไปยังห้องของผอ.คุโรสึเป็นไปอย่างเงียบๆ ไร้เสียงพูดคุยของทั้งสอง แต่ภายในใจของทั้งสองกลับว้าวุ่น ไม่รู้เรื่องอะไรที่ประดังเข้ามาแล้วทำให้พวกเขาคิดมากขนาดนี้....

    เมื่อคาริรินมาถึงห้องทำงานของผอ.คุโรสึ เซโร่ก็ปล่อยให้คาริรินเข้าห้องไปคนเดียว ส่วนเขาเองก็เดินเลี่ยงออกไปเพราะหมดหน้าที่แล้ว

    "อ้าว....คาริริน...." ผอ.คุโรสึทักทายคาริรินที่เดินเข้ามา "อาการเป็นยังงัยบ้างละ ??"
    คาริรินทำหน้างง "หือ...ท่านผอ.หมายความว่ายังงัยคะ ??"
    "อ้าว จำไม่ได้เหรอ เมื่อคืนเซโร่คุงไปเห็นเธอสลบอยู่หน้าหอพระอาทิตย์ก็เลยอุ้มเธอไปส่งที่ห้องไง..." คาริรินเริ่มนึกออกว่าเมื่อคืนเธอมีอาการแปลกๆขนาดเม็ดยาผสมเลือดยังเอาไม่อยู่ แต่ไม่คิดเลยว่าจะไปนอนสลบอยู่หน้าหอพระอาทิตย์ขนาดนั้น นี่คงเป็นเหตุผลที่เซโร่ได้เป็นคนไปตามเธอที่ห้องนั่นเอง...

    "ออ...เมื่อคืนฉันรู้สึกแปลกๆน่ะค่ะ จริงๆแล้วก็มีอาการแบบนี้มาตั้งนานแล้ว"
    "งั้นเหรอ..." ผอ.คุโรสึพยักหน้ารับรู้ "คาริริน....อาการแบบนี้มันไม่ใช่อาการของคนปกตินะ...เธอต้องไปพบหมอที่เชี่ยวชาญเรื่องแวมไพร์โดยเฉพาะ....." ผอ.คุโรสึพูดเหมือนรู้ว่าคาริรินมีอาการเป็นอย่างไร จริงๆแล้วอิจิโจก็เอาเรื่องมาปรึกษาเขานานแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าคาริรินยังจะดื้อดึงไม่ยอมย้ายไปอยู่ไนท์คลาสแบบนี้ เธอควรจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากพวกแวมไพร์ด้วยกันมากกว่า แตกต่างกับทีน่าซึ่งได้ย้ายไปอยู่ไนท์คลาส ทั้งๆที่ไม่มีเหตุผลเสียเลย...

    "ฉันถามเธอจริงๆนะคาริริน....ทำไมเธอถึงไม่ยอมย้ายไปอยู่ไนท์คลาส...?" แล้วคาริรินก็เงียบไปอีก "อ่า เอาเถอะๆ ฉันไม่บังคับเธอให้ไปอยู่ไนท์คลาสอยู่แล้ว แต่เธอต้องไปหาหมอนะ ยังงัยต้องให้เขาหาทางแก้ไขให้ ลำพังพวกเรา...ไม่สามารถแก้ไขอาการของเธอได้หรอก....." ผอ.พูดพร้อมทำหน้าเศร้าลง ตลอดมายังไม่เคยมีเด็กนักเรียนคนไหนที่เคยเป็นแวมไพร์ที่ถูกกระตุ้นสัญชาติญาณเลย ทำให้เขาไม่มีข้อมูลมากพอที่จะแก้ไขอาการกระหายเลือดของคาริริน ทั้งห้องอยู่ในความเงียบ คาริรินหยุดพูดไปสักพัก ก่อนที่จะนึกถึงความฝันขึ้นได้ ความสงสัยของเธอที่มีต่อโซดะ ทำให้เธอต้องถามผอ.คุโรสึออกไป

    "ผอ.คะ....ครู...อุซุมากิ....ตอนนี้เป็นยังงัยบ้างคะ ??"
    "ก็ตั้งแต่เมื่อวาน เขาก็หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเขารู้สึกตัวแล้ว เขาก็คงจะออกมาเองหละ..."
    "แล้วทำไมครูอุซุมากิถึงเกลียดแวมไพร์ระดับสูงละคะ...?"
    "..........."
    "เกิดอะไรขึ้นกับครู ก่อนที่ครูจะมาสอนที่นี่เหรอคะ ??"
    "อยากรู้จริงๆเหรอ แล้วถ้าเธอรู้แล้วจะทำอะไรได้ละ ??"
    ".............ฉัน...อยากลบล้างความเกลียดชังของครู ที่มีต่อแวมไพร์ค่ะ"
    ".........."
    "ฉันสังเกตว่าครูพยายามจะฆ่าฉันหลายครั้ง ทั้งๆที่ไม่รู้เหตุผล ถ้าฉันรู้สักนิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับครู ฉันอาจจะช่วยเหลือครูอุซุมากิได้นะคะ~"
    "..............."
    "แล้วถ้าฉันทำได้...ฉันจะยอมย้ายไปอยู่ไนท์คลาสแต่โดยดีค่ะ"
    "คาริริน นี่ไม่ใช่ข้ออ้างที่เธอจะไม่ต้องย้ายไปไนท์คลาสนะ~!"
    "ฉัน...! ฉันขอโทษค่ะ...." คาริรินเอ่ยเบาๆเมื่อเห็นผอ.คุโรสึทำหน้าเครียดจนคิดว่าเขาคงจะกลับมายิ้มอีกไม่ได้แล้ว....
    "เอาเถอะ.....ฉันเล่าก็ได้ แต่ที่เล่า ไม่ใช่เพราะเธอเอาเป็นข้อต่อรองเรื่องย้ายไปไนท์คลาสนะ....เรื่องย้ายไปไนท์คลาส เธอต้องพูดกับคุรัน คานาเมะด้วยตัวเอง" คาริรินพยักหน้ารับปากเรื่องทุกอย่างที่ผอ.คุโรสึพูดออกมา ผอ.เงียบไปสักพัก ก่อนที่จะเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับโซดะก่อนที่จะมาสอนที่โรงเรียนนี้

    "มันเป็นเรื่องของการฆาตกรรมหมู่ครอบครัวอุซุมากิ..... โซดะเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากฆาตกรรมหมู่ครั้งนั้น ทุกคนลงความเห็นว่าเป็นฝีมือของคนที่มีความแค้นกับครอบครัวของโซดะ แต่โซดะก็ยืนยันว่าเป็นฝีมือของแวมไพร์ที่ถูกเรียกว่า ผู้ดี หลังจากนั้น โซดะก็ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของแวมไพร์ฮันเตอร์คนหนึ่ง และฝึกฝนจนแวมไพร์ฮันเตอร์ที่ฝีมือฉกาจ โซดะไม่ใช่ลูกหลานของแวมไพร์ฮันเตอร์ตั้งแต่เกิด แต่เพราะความแค้นนั่นหละ...ทำให้เกิดเรื่องน่าสะเทือนใจขึ้น..."
    "......"
    "เกิดเหตุแวมไพร์ชนชั้นผู้ดีถูกปลิดชีวิตด้วยกระสุนปืนของฮันเตอร์ และคนที่รับสารภาพว่าเป็นคนทำ ก็คือโซดะนั่นหละ...คาริริน แวมไพร์ฮันเตอร์สามารถฆ่าแวมไพร์ได้โดยไม่มีความผิดก็จริง แต่การฆ่าแวมไพร์ที่ยังไม่ตกสู่เลเวล E ละ ถือเป็นความผิดถึงขั้นประหารชีวิตเลยนะ..." คาริรินอึ้ง ไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย ทั้งๆที่ชนชั้นผู้ดีที่เธอรู้จักก็ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะยอมมือเปื้อนเลือดโดยการฆ่าคนธรรมดาเลยสักนิด

    "แล้วทำไม....ครูถึงทำละคะ?"
    "หลังจากนั้นโซดะก็ถูกจับขึ้นศาล ศาลตัดสินว่าโซดะมีความผิด แต่เพราะโซดะสารภาพ โทษประหารจึงเหลือแค่โทษจำคุกเท่านั้น หลังจากนั้น ผมก็ไม่ได้ข่าวของโซดะอีกเลย รู้อีกทีก็ได้ข่าวว่าศาลปล่อยตัวออกมาแต่โซดะต้องมาทำทัณฑ์บนที่โรงเรียนนี้ ผมก็เลยให้เขามาสอนวิชาจริยธรรม...เผื่อเขาจะได้คลายความเกลียดชังต่อแวมไพร์ แต่ไม่คิดเลย ว่าโซดะยังคงความแค้นต่อแวมไพร์อยู่จนถึงวันนี้ ขอโทษนะคาริริน...ที่ผมปล่อยให้เธอ เจอเรื่องโหดร้ายขนาดนี้...." ผอ.ก้มหน้าลง หวนนึกถึงเรื่องเมื่อวาน หากเขาไปช่วยคาริรินไม่ทัน คาริรินก็คงจะกลายเป็นเหยื่อความแค้นของโซดะไปแล้ว....

    "ไม่เป็นไรค่ะท่านผอ. ขอบคุณมากนะคะที่เล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟัง...... ส่วนเรื่องไปหาหมอน่ะ ฉันจะพูดกับรุ่นพี่เองค่ะ...."

คาริรินโค้งให้กับผอ.คุโรสึอีกครั้ง และ รีบวิ่งออกจากห้องโดยไม่ได้หันกลับมามองผอ.ที่ทำใบหน้าเป็นห่วงเป็นใยในตัวของหญิงสาวเลย....

    คาริรินเดินออกมาจากห้องทำงานของผอ. เธอก็พบเซโร่ที่เดินสวนเข้ามาพร้อมกับยูกิ