สวัสดีค่ะ

ขอโทษทีที่เราหายไปนานมาก (ใครรอเอ็ง...? -- คนอ่าน)

พอดีช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้ไปสัมภาษณ์งานกับบริษัทแห่งหนึ่ง (เขาเรียกเราไปเองนะ)

แล้วงานที่่ว่าสถานที่ทำงานมันไกลจากบ้านเรามากๆๆๆๆ (นึกถึงระยะทาง กทม. - อยุธยาสิ)

แต่เราก็ยังอุตส่าห์หาทางดั้นด้นไปสัมภาษณ์จนได้

แต่จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่มีคำตอบกลับมา (จนคิดว่า เออ แม่มปิ๋วแล้วหละ)

แต่ก็คิดว่าทาง HR บริษัทนี้ก็ค่อนข้างดี เอาใจใส่คนที่มาสัมภาษณ์มากเลยหละ

(จนตอนที่ไปสัมภาษณ์คิดว่า เออคงได้งานนี้แล้วแน่ๆ)

แต่ก็...ช่างมันเถอะ เงินเดือนมันก็สูงเกินกว่าที่เด็กจบใหม่ไม่มีประสบการณ์แบบเราจะได้รับละหละ...

 

 

นี่พูดอะไรเนี่ย......ทำบรรยากาศเสียหมด

 

 

เข้าเรื่องกันดีกว่า วันนี้เรามารีวิวซีรีย์ดราม่าซีดีวาซุเระนางุสะ โวลุ่ม 5 แผ่น 2 ค่ะ

ทุกคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมแผ่น 2 ? แล้วแผ่น 1 ไปไหน

แผ่น 1 เชิญที่บล๊อคนี้ค่ะ จิ้มสิ

เหตุผลก็คือเราไปช่วยเขารีวิวนั่นหละ ไม่มีอะไรมาก เหอๆ.... (ว่างไง 555+)

 

 

Hijikata Toshizou

รองหัวหน้ากลุ่มซามูไรสมัยเอโดะ ชินเซ็นงุมิ

ผู้รับใช้และจงรักภักดีต่อรัฐบาลโชกุนจนวาระสุดท้าย

ซึ่งใครๆก็ขนานนามเขาว่า "โอนิโนะฟุคุโจ" (รองหัวหน้าปีศาจ)

ประวัติของฮิจิคาตะซังค่อนข้างยาว จึงขอตัดๆไปแล้วกันนะคะ

เรามารีวิวกันตั้งแต่แทรคแรกจนแทรคสุดท้ายกันดีกว่า


หมายเหตุ : เหตุการณ์ทุกอย่างที่ฮิจิคาตะซังได้เจอกับนางเอก เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นนะคะ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องจริง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเตี๊ยมอิเคดะยะ หรือ ฉายา รองหัวหน้าปีศาจ ที่ฮิจิคาตะซังได้รับการขนานนาม เป็นเรื่องจริงที่อิงมาจากประวัติศาสตร์ค่ะ ส่วนฮิจิคาตะซังชอบเอาคนรักมาเป็นน้องหมารึเปล่านั้น ก็อาจจะไม่เป็นจริงเหมือนกัน อาจจะต้องไปจุดธูปหรือเคาะโลงศพของฮิจิคาตะซังที่ไหนสักแห่ง (เพราะท่านรองฮิจิคาตะมีที่ฝังศพตั้ง 3 ที่แหนะ) ขึ้นมาถามได้ค่ะ (ใครจะกล้าทำห๊ะ /คนรีวิวโดนปารองเท้าใส่)


Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Vol.5 Hijikata Toshizou

CV. Hosoya Yoshimasa

Disc 2

Track 1

      แทรคเริ่มขึ้นโดยเสียงเดินของฮิจิคาตะซัง เขากำลังตามหาคอนโด้ซังที่หายตัวไปไม่มีใครเห็น และเขาก็เข้ามาเรียกเราและถามว่าเห็นคอนโด้ซังบ้างไหม เราส่ายหน้าฮิจิคาตะซังจึงบ่นๆว่าเวลาแบบนี้ยังจะแอบไปไหนได้อีก (คอนโด้ซังไปหาโคเททสึแล้วค่ะท่านรอง 555+ -- คนรีวิว) ก่อนที่จะตัดบทสนทนากับเรา แต่เราก็เข้าไปเรียกเขาไว้ เขาจึงบอกว่าเขาไม่มีเวลาจะเป็นคู่สนทนากับเราหรอกนะ และให้เรากลับไปทำงานซะ แต่เราก็บอกว่าจะไปช่วยหาด้วยอีกแรง เขาเลยบอกให้เราไปหาส่วนในฐาน กับแถวๆนี้ แล้วก็ไปตามหาโอคิตะซังด้วย ถ้าเจอก็บอกให้มาเจอเขาที่ห้องด้วย และ เข้ามากระซิบใกล้ๆเราว่า “เรื่องนี้ห้ามบอกใครคนอื่นเด็ดขาด และบอกทั้งสองคนนั้นด้วยว่าเป็นเรื่องของซันนัง(ยามานามิซัง)” และ เขาก็เดินออกไป...

      ในเวลาต่อมาเป็นเวลาที่ฝนตกพรำ เรามาหาฮิจิคาตะซังที่ห้อง ฮิจิคาตะเลยเรียกเราเข้าไปในห้อง เราบอกกับฮิจิคาตะซังว่าเจอโอคิตะซังแล้วแต่ไม่เจอคอนโด้ซัง เขาก็บอกไม่เป็นไร และ โอคิตะซังก็ฝากบอกมาว่าพรุ่งนี้เขาจะไปเอโดะ (ซันนันซังก็จะไปด้วย) ฮิจิคาตะซังก็รู้ว่าที่ซันนันซังจะตามโอคิตะซังไปด้วยเพราะอะไร เพราะตอนนี้เขากำลังสงสัยว่าซันนันซังกำลังทรยศเขาและคอนโด้ซัง และถ้าเขาจับได้ โทษนั้นก็คือ “ให้ตายอย่างเดียว” (เซ็ปปุคุ) ตามกฎของกลุ่มชินเซ็น ถึงแม้อยากจะลดโทษให้ แต่อย่างไรกฎก็ต้องเป็นกฎเท่านั้น

      แต่เพราะเขาเห็นหน้าเราเศร้าลง (ก็แน่ซิ แค่มีความเห็นแตกต่างถึงขนาดต้องให้ตายกันเลยเหรอ...) เขาเลยบอกว่าไม่ว่าจะเป็นโอคิตะซัง หรือใครที่ทำผิดกฎ ลงโทษ ก็คือ ลงโทษ เราก็บอกเขาว่าเรารู้นะว่าใจจริงเขาไม่ได้อยากจะทำร้ายเพื่อนหรอก (เพราะในประวัติศาสตร์ฮิจิคาตะซังค่อนข้างซี้ปึกกับซันนันซังนะคะท่านผู้อ่าน – คนรีวิว) ฮิจิคาตะซังจึงเกิดโทสะ เขาบอกกับเราว่าเขาไม่กลัวการเสียเพื่อนรักไปหรอก แต่ถ้าเสียกลุ่มชินเซ็นไปมันเลวร้ายยิ่งกว่า ถ้าเขาไม่กล้าตัดสินใจ ก็คงไม่มีใครทำตามที่เขาสั่งหรอก ! แต่เราก็ยังเข้าไปดึงฮิจิคาตะซังไว้ และบอกว่านี่มันไม่ใช่ตัวจริงของเขา ฮิจิคาตะซังก็ปฏิเสธพัลวันและหาว่าเรางี่เง่า ไม่รู้แล้วอย่าพูดดีกว่า

      และฮิจิคาตะซังก็เข้ามาหาเรา เขาบอกกับเราว่า อยากจะเห็นใจจริงของเขาใช่ไหม อยากจะรู้ว่าผู้ชายอย่างเขาเป็นอย่างไรจริงๆใช่ไหม... เขาจะแสดงให้เราเห็นถึงตัวตนของเขาเอง “เตรียมใจไว้ได้เลย มองอย่างงี้แล้วค่อนข้างแรงเลยทีเดียว...” (คำโปรยในตอนแนะนำตัวละครสินะ – คนรีวิว)

Track 2

      เมื่อได้เห็นใบหน้าที่จริงจังของฮิจิคาตะซัง เราก็เริ่มลดความจริงจังมากเมื่อครู่ลงด้วยการเปลี่ยนสีหน้าเป็นความกลัว ฮิจิคาตะซังบอกว่าไม่คิดใช่ไหมว่าจะได้เห็นเขาที่แท้จริงทั้งๆที่เราเชื่อจนฝังใจจากการฟังคนอื่น ฮิจิคาตะซังเข้ามาจับเราแต่เราก็พยายามดิ้น แต่ฮิจิคาตะซังก็ยังจับเราไม่ปล่อย และบอกว่าเราช่างเป็นสุนัขที่ไม่เชื่อฟังเจ้าของเลย แบบนี้ต้องถูกทำโทษ เขาเลยให้เรายื่นมือออกไป และ ใช้เชือกมัดข้อมือเราไว้ทั้งสองข้าง เขาจะทำให้เรารู้ตัวว่าเราเป็นสุนัขของเขาให้ได้ เมื่อมัดได้แล้ว เขาก็ย้ำอีกทีว่าเราเป็นอะไรของเขา แต่เราก็ยังส่ายหน้าไม่รู้ เขาจึงเอาปลอกคอมาใส่คอเรา และ พาไปมัดไว้ที่เสา เขาหัวเราะและบอกว่าเขารอมานานแล้วที่จะได้เห็นเราในสภาพแบบนี้ตั้งแต่ที่ได้พบ เราก็สั่นด้วยความกลัว เขามองเราไปสักพัก เราก็ขอให้เขายกโทษให้เรา ฮิจิคาตะซังก็ย้ำกับเราอีกว่า ยิ่งเราอ้อนวอนขอร้องเขา เขาก็ยิ่งชอบที่จะเห็นเราเป็นแบบนี้ เขายิ่งมีอารมณ์มากไปกว่าเดิม

      ฮิจิคาตะซังยังย้ำไปอีกเรื่อยๆว่าเราเป็นอะไรของเขากันแน่ พร้อมทั้งบอกว่าที่เขาทำแบบนี้กับเราก็เพราะเราอยากเห็นนักเห็นหนาว่า ใจจริง ของเขาเป็นอย่างไร ตัวตนของเขาที่ไม่ใช่รองหัวหน้ากลุ่มชินเซ็น เราพูดไม่ออก เขาเลยบอกว่า ไหนๆเราก็ได้เห็นทั้งหมดของเขาแล้ว เขาก็ขอเห็นทั้งหมดของเราบ้าง ที่ๆไม่เคยให้ใครเห็น เราก็เริ่มอาย

      ฮิจิคาตะซังจึงสัมผัสเราไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้ถอดชุดออก (?) ฮิจิคาตะซังจึงพูดว่าแค่สัมผัสภายนอกเสื้อผ้าก็เป็นแบบนี้แล้วเหรอ ยังตอบสนองได้ดีเหมือนกันสินะ ฮิจิคาตะซังเอื้อมหน้ามาจูบเรา ก่อนที่จะดึงเชือก(腰ひも)เราออก (คาดว่าคงจะถอดกิโมโนเราออกไปเลยมั้ง...) และถามว่า รู้สึกยังงัยเวลาที่ถูกเขามองร่างกายของเรา เราก็ขอร้องให้หยุด เขาก็ไม่ยอมหยุด เพราะเราเป็นสุนัขของเขา และ คนที่เชิญชวนเขาก็เป็นเราเองแท้ๆ เราก้มหน้าฮิจิคาตะซังก็จับเราเงยหน้าขึ้น เขารู้สึกชอบใจที่ได้เห็นหน้าที่ผสมไปด้วยความกลัวและความเครียดของเรา เพราะมันช่างเหมาะกับเราเหลือเกิน

      ในที่สุดเราก็เริ่มร้องไห้ และหลบหน้าฮิจิคาตะซัง แต่เขาก็ยังจับหน้าเราให้มองเขาอยู่ดี และ ย้ำให้เรารู้ด้วยว่าเราเป็น อะไร ของเขา ทั้งๆที่เราคิดว่าตัวจริงของเขาอาจจะเป็นผู้ชายอ่อนโยนก็ได้ (โหยท่านรองคะ แถวบ้านหนูเค้าเรียก วางมาด ขี้เก๊ก !! อะไรจะตึงขนาดนั้น...) และเขาก็จะให้เราเปิดเผยทุกอย่างของเราให้เขาเห็นด้วย

      และฮิจิคาตะซังก็เข้ามากอดเรา พร้อมกับลมหายใจที่มารดคอ (รดจริงๆนะ โฮโซยันหายใจแรงมาก 555+) และชมว่าผิวเราเหมือนหิมะ แถมยังเย็นอีกต่างหาก ถึงอย่างนั้น ก็ดูเหมือนผิวกำลังกักเก็บความร้อนเอาไว้ และเขาก็เริ่มประทับความเป็นเจ้าของไปทั่วผิวของเรา (อันนี้คงจะเป็นฉากโฮกสุดในโวลุ่มนี้ละมั้ง.... /orz แต่เสียงจุ๊บ + หอบของโฮโซยันนี่ก็ชอบนะ แต่ขอจุ๊บนานๆหน่อยเซ่ๆๆๆๆๆๆ) ยิ่งเขาจูบเราเขาก็เข้ามากระซิบกับเราว่ารู้สึกถึงความร้อนในตัวของเขาไหม เวลาที่เขาได้สัมผัสผิวเย็นๆของเราทำให้เรารู้สึกถึงความร้อนในตัวของเขาได้ เราก็ยังร้องไห้เรื่อยๆ เขาจึงบอกว่าถึงแม้เราจะร้องไห้ แต่มันก็คงไม่ทำให้เราปรารถนาที่จะออกห่างเขาแน่นอน ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่เป็นทั้งหัวใจของเราด้วย จะรู้สึกดีขึ้นเวลาที่ถูกเขากระทำแน่นอน ทั้งๆที่ถูกยึดความอิสระไว้ด้วยการถูกมัด และเราก็จะกลายเป็นสุนัขของเขาทั้งตัวและหัวใจ

      และฮิจิคาตะซังก็หยุดลงกลางคัน เราก็ทำหน้างงๆ เขาก็บอกว่าแค่ถูกมัดมันไม่พอสินะ (โห...นู๋เอ็มขนาดนั้นเลยเหรอคะท่านรองขา) เขาหัวเราะ และลงท้ายกับเราว่า ถ้าเรากลายเป็นสุนัขของเขาเต็มตัว เขาก็ไม่จำเป็นต้องใส่ปลอกคอกับเราอีกแล้ว ก่อนที่จะจุ๊บอีกทีลงท้ายแทรค

Track 3

      ในเมือง ขณะที่เรากำลังเดินอยู่ ฮิจิคาตะซังก็วิ่งตามเรามา และถามเราว่าเราจะไปไหนเพราะเห็นหิ้วถุงผ้าอยู่ (จะหนีค่ะ หนูไม่อยู่กับคนโดะเอสแต่ไม่เอโร่ยหรอกค่ะ //โดนโฮโซยันจับโบกปูน) เราก็ไม่ยอมตอบ เขาเลยพาเรากลับไปยังฐานกลุ่ม

      เมื่อกลับมาแล้ว เขาจึงให้เราอธิบายว่าเราตั้งใจจะไปไหน เราจึงพูดความจริงว่า เราไปซื้อของให้กับโอคิตะซังแต่ดันซื้อผิดก็เลยจะเอาของกลับไปเปลี่ยน แต่โอคิตะซังไม่ให้บอกใคร แต่ท่านรองก็ยังดุเราว่าเรื่องแค่นี้ทำไมไม่บอกเขาตั้งแต่แรก และเขาก็เปลี่ยนเรื่องไปถามอาการของโอคิตะซัง เราก็บอกว่าใบหน้าไม่ค่อยดีนิดหน่อย ฮิจิคาคะซังเลยบอกให้เราเอาเตาถ่านไปให้โอคิตะซังด้วย เพราะคืนนี้อากาศจะเย็น และเผื่อไว้ให้ห้องเราด้วย เพราะถ้าเราป่วยไปสักคน คงไม่มีใครดูแลฐานแน่นอน....

      ในตอนกลางคืน เรามายังห้องของฮิจิคาตะซัง ฮิจิคาตะซังเรียกเราเข้าไป เราจึงเอาชาเข้าไปให้เขาดื่ม เขากล่าวขอบคุณ ก่อนที่จะพูดถึงฤดูหนาวที่ยังไม่หมดไป ถึงแม้จะเข้าเดือน 3 แล้วก็ตาม และเขาก็หันมาขอโทษเราเรื่องตอนกลางวันด้วย เพราะเวลาที่เราไม่อยู่ เขาก็จะเริ่มรู้สึกกังวล เราก็บอกว่าเราเป็นห่วง เขาจึงบอกว่าไม่ชอบเลยที่จะเห็นใครอยู่ดีๆก็หยุดพูดไป....

      ฮิจิคาตะซังเริ่มพูดกับตัวเองว่า ทางที่เดินไปนั้น จะตายหรือจะอยู่ก็ยังไม่รู้ เรื่องที่อยากลืมก็กลับจำ เราก็เลยกล่าวขอโทษอีก เขาบอกว่าคราวนี้จะยกโทษให้แล้วกัน (ซึนนี่หว่า 5555+) เพราะอย่างไร โอคิตะซังก็ยังดูเป็นเด็กๆในสายตาของเขาอยู่แล้ว เราก็เลยบอกว่ารู้สึกจะดีกับโอคิตะซังจริงๆนะ ฮิจิคาตะซังเลยบอกว่าจะดีรึเปล่าไม่รู้ แต่เพราะโอคิตะซังเป็นเหมือนพี่น้องแท้ๆของเขาเลย และเขาก็เล่าเรื่องของเขากับโอคิตะซังตั้งแต่พบกันที่ชิเอคิคัง (สำนักดาบชิเอคิ) จนถึงตอนนี้ และได้รู้จักกับคนอื่นๆด้วย ถึงเขาจะออกนิสัยไม่ดีนิดหน่อย แต่คอนโด้ซังก็ไม่เคยโกรธเขา และรักเขาเหมือนกับน้องชายคนหนึ่ง เพราะมีทั้งคอนโด้ซังและโอคิตะซัง ถึงทำให้มีเขาอยู่ และถ้ามีสองคนนั้นอยู่ เขาจะทำทุกทางเพื่อคนทั้งคู่แน่นอน....

      เราเลยทำหน้าสงสัยๆ ฮิจิคาตะซังก็โวยวายว่าความรักที่เขามีให้สองคนนั่นมันแปลกหรือไง เราก็บอกฮิจิคาตะซังว่า “เราอิจฉาสองคนนั่นต่างหาก....” เขาเลยทำหน้างงๆ พอนึกขึ้นได้ เขาจึงเรียกเราเข้ามาหาเขา และกระซิบว่า เขาบอกเราแล้วใช่มั้ยว่าเราเป็นสุนัขของเขา ไม่ว่าจะไปไหนก็ตามไปวนๆอยู่ข้างๆ ถึงจะไม่ได้ช่วยอะไร แต่แค่อยู่ตรงนี้ก็ไม่เป็นไร (บ๊อก บ๊อก บ๊อก --- คนรีวิวเล่นบทหมาละคะ...) เพราะเราเป็น สุนัข ของเขา และเราต้องทำตามคำสั่งของเขาเท่านั้น...

Track 4

      มาจนถึงแทรคน