[Review Drama CD] Kindan Vampire ~Shirobara no Ouji~

posted on 21 Jul 2012 13:48 by hoshinoaika in Translated

สวัสดีค่ะ > <

วันนี้เรามารีวิวดราม่าซีดีอีกแล้วหละ

 

รอบนี้มารีวิวเรื่องแวมไพร์ๆบ้างดีกว่า

(แวมไพร์อีกแล้วเรอะ พวกหนุ่มๆโดะเอสก็แวมไพร์นะ --- คนอ่าน)


อ่า...แต่รอบนี้เป็นแวมไพร์เจ้าชายค่ะ >/////<

 

ส่วนเซย์ยูทุกคนคงจะรู้จักกันดี เพราะพากย์การ์ตูนอนิเมะเยอะมาก

แต่มาพากย์ดราม่าซีดีเดี่ยวๆจริงจังเอาตอนต้นปีนี้เอง

 

เขาคืออออ "Shimono Hiro" ค่าาาาาา


 

เอ้ย.... ต้องนี่สิ....สามสิบยังเด็ก อรั๊ยยยยยยย


 

ดราม่าซีดีในซีรีย์นี้ มีชื่อว่า 「禁断吸血鬼 ~白薔薇の王子~」

"แวมไพร์ต้องห้าม ~เจ้าชายกุหลาบขาว~"

 

โวลุ่มนี้ เป็นโวลุ่ม 2 แล้วค่ะ (จากที่ออกมา 3 โวลุ่ม และกำลังจะวางขายโวลุ่มที่ 4 ในเดือนพฤศจิกายนนี้แล้วค่ะ)

 

ซีรีย์นี้ ใช้ดัมมี่เฮดไมค์ 3D ในการอัดเสียงทั้งแผ่น เพราะฉะนั้นตอนฟังขอให้ทุกท่านใส่หูฟังด้วยนะคะ


ดราม่าแผ่นนี้ มีทั้งหมด 17 Track แทรคละ 4-5 นาทีค่ะ (รวม Free Talks โดยชิโมโนะซังด้วยค่ะ)


*ในการรีวิวนี้ อาจจะมีคำพูดความเห็นของคนรีวิว(เรา)ใส่เข้าไปด้วยนะคะ

บางทีอาจจะเอโร่ยไปนิดนึงนะคะ โปรดใช้จักรยาน เอ้ย วิจารณญาณในการอ่านรีิวิวด้วยค่ะ

 

禁断ヴァンパイア ~白薔薇の王子~

Kindan Vampire ~Shirobara no Ouji~

Track 01 街での出会い พบกันในเมือง

      แทรคเริ่มโดยเสียงหวานๆของชิโมะซังเขาหละ... (ใส่มาไมเนี่ยยย) เรื่องเริ่มโดยชายหนุ่มแต่งตัวดี(?)คนหนึ่งเดินเข้ามาหา เขาขอดูดอกไม้ที่เราขายอยู่ มันคือ ดอกกุหลาบขาว แล้วเขาก็ถามเราว่า รู้จักคำว่า วลีกุหลาบขาว ไหม เราก็ทำหน้างงๆ เขาจึงบอกว่าเดี๋ยวนี้กำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายอยู่ แต่ในเมื่อเรายังทำหน้างงๆ เขาก็รีบเปลี่ยนเรื่อง โดยการซื้อดอกไม้จากเราทั้งหมด

      และ เขาคนนั้นก็ชวนเราไปกินข้าวด้วยกันที่บ้าน ตอนแรกว่าจะไม่ไปเพราะดอกไม้ยังขายไม่หมด ชายคนนั้นก็เลยบุญทุ่มซื้อดอกไม้จากเราทั้งหมด โดยบอกว่าจะเอาไปประดับที่บ้านของเขา โดยให้เหตุผลว่าบ้านของเขากว้างกว่าที่เราคิดเอาไว้ แต่จะเอาดอกไม้กลับไปที่บ้านได้ยังไง เขาจึงบอกวิธีกับเราให้ ว่า “โดยใช้เวทมนต์” เราจึงตอบตกลงจะไปกับเขา เพราะเราคุ้นๆว่าเราเคยเจอเขา เราก็เลยไว้ใจ

      แต่ก่อนเขาจะพาเราไปยังบ้านของเขา เขาก็มีเรื่องบางอย่างที่เราต้องทำซะก่อน สิ่งนั้นก็คือ.... การใช้ “หูฟัง” หรือ “เฮดโฟน” เท่านั้น  ห้ามใช้ลำโพง หรือ speaker เพื่อให้เสียงของเขาอยู่ใกล้เราให้มากที่สุด และเพื่อให้ถึงบ้านของเขาโดยปลอดภัย เขาจึงต้องสั่งให้ทำเราแบบนี้ แต่เราก็ยังกลัวๆ แต่ชายคนนั้นก็ตอบกลับมาเย็นๆว่า “สายเกินไปละหละ เพราะเขาจะฮุบตัวเรา” แล้วเขาก็หัวเราะ พร้อมกับเวทมนต์ที่ไม่สามารถหยุดลงได้ หลังจากนั้น เขาจึงใช้เวทมนต์พาเราไปยังบ้านของเขา


Track 02 そして、魔法のはじまり และ การเริ่มต้นของเวทมนต์

      ระหว่างทางไปบ้าน ชายหนุ่มจะเริ่มทดสอบเวทมนต์ของเขา โดยการพูดที่หูขวาของเราก่อน แล้วเดินไปอีกฝั่ง พร้อมกับแซวประโปรงของเรา แต่เขาก็บอกว่าล้อเล่น เพราะว่าเราดูน่ารักเขาก็เลยอยากแกล้งให้งอนเล่นๆ หลังจากนั้นมาทีอุสจะลองเชคดูว่าเวทมนต์ยังใช้ได้อยู่มั้ย โดยการ จุ๊บ ที่หูขวาของเรา เราก็ตกใจ หลังจากนั้นเขาก็เลื่อนไปเป่าที่หูซ้ายของเรา แล้วถามว่าจั๊กจี๋ใช่มั้ย (ใช่ค่า --- คนรีวิวตอบ) แล้วเขาก็พูดว่า “หน้าเราเวลาตกใจก็น่ารักดีนี่”

      หลังจากนั้นเราจะบอกให้เขาหยุดทดสอบ เพราะเชคมามากพอแล้ว แต่ชายหนุ่มก็บอกว่ายังไม่พอเพราะเขายังไม่แน่ใจ ดังนั้น ก็เลยก็จะทดสอบอีกรอบ โดยจุ๊บที่หูซ้าย และ ไปเป่าที่หูขวาอีก และ ไปถอนหายใจที่ข้างหลังของเรา โดยพูดกับเราว่าไม่ว่ามองเราจากมุมไหนก็น่ารักทุกมุมเลย

      และทดสอบเราอีกรอบก่อนที่จะบอกว่าเขาชอบพูดกับเราจากข้างหน้ามากกว่า เพราะเราไม่เคยเปลี่ยนไปเลย “หลังจากวันนั้น” แต่เขาก็ไม่ยอมเล่าให้ฟังเรื่องนั้น ถึงจะอยากเล่าแค่ไหน หลังจากนั้นเขาจะแนะนำตัวกับเรา ว่า เขาชื่อ “มาทีอุส วอน ไวเซเฮลเดมบรู๊ค” (ชื่อเรียกยากเว้ย) ใครๆก็เรียกเขาว่า “เจ้าชายกุหลาบขาว” นั่นเอง หลังจากนั้นจึงพาเราไปยังบ้านของเขา...

 

Track 03 晩餐会を二人で ทานอาหารค่ำกันสองคน

      มาทีอุสพาเรามาถึงบ้านของเขา โดยที่เราไม่คาดคิดมาก่อนว่าบ้านของมาทีอุสจะเป็นปราสาทหลังใหญ่ มาทีอุสจึงบอกว่า ปราสาทหลังนี้เป็นปราสาทที่ปกคลุมไปด้วยเวทมนต์ และยังมีข่าวลือว่าหากหลงทางในนั้นจะไม่สามารถออกมาได้อีกเลย  แต่ไม่เป็นไร เพราะเรามากับเขา ไม่มีวันหลงทางแน่นอน

      หลังจากนั้นมาทีอุสจึงพาเราเข้าไปในปราสาทที่ไม่มีใครเลยนอกจากเรากับเขาเท่านั้น และ พาเราไปยังห้องทานอาหาร พร้อมอาหารในที่นั้นก็เป็นอาหารที่ถูกเสกด้วยเวทมนต์ด้วย ต่อจากนั้นเราก็จะชนแก้วไวน์แดงกับมาทีอุส ถึงแม้เขาจะชอบไวน์ขาวมากกว่าก็ตาม โดยมาทีอุสเริ่มพูดว่า “ชนแก้ว สำหรับการพบกันอีกครั้งของเราสอง”

      และมาทีอุสก็เฉลยว่าเราทั้งสองเคยพบกันมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เป็นเวลานานมาก ถึงเราจะยังพอจำได้ลางๆ แต่ก็ไม่ได้ชัดเจนมากนัก แต่ถึงเราอยากจะรู้ แต่มาทีอุสก็ไม่บอกหรอก เพราะเขาไม่อยากพูดถึงมันอีก เพราะถ้าพูดถึง เวทมนต์ทั้งหมดอาจจะสลายลงไปก็ได้... ก่อนที่จะลงมือทานอาหาร มาทีอุสก็ให้แหวนไว้วงหนึ่ง เป็นตัวแทนของคำสัญญา ถ้าเราใส่เอาไว้ เขาจะสามารถไปหาเราได้ตลอดเวลา ถึงแม้เขาจะไม่อยากออกไปข้างนอกก็ตามที...

 

Track 04 月夜の窓辺   ริมหน้าต่างในคืนเดือนหงาย

      แทรคเริ่มโดยมาทีอุสแวบมาหาเราในตอนกลางคืน พร้อมกับชมว่าเราดูสวยเวลาแสงจันทร์ส่องสว่าง (เอ่อ...เค้าไม่ใช่หมาป่านะยะ...) เราก็งงว่ารู้ได้ไงว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน มาทีอุสจึงตอบว่าที่เขาหาเราเจอเพราะแหวนวิเศษที่เขาให้นำทางเขาให้มาพบกับเรา แล้วก็ก้มลงจูบที่มือเบาๆ เขาบอกว่าเขาดีใจที่เรายังใส่แหวนที่เขาให้อยู่ ไม่อย่างงั้นเขาคงหาเราไม่เจอแน่นอน

      หลังจากนั้นเขาก็ชวนเราดูดาวด้วยกัน พร้อมกับชมความงามของท้องฟ้ายามค่ำคืน หลังจากนั้นเขาก็จะดึงเรามาอยู่ในผ้าคลุมเมื่อเห็นว่าเรากำลังสั่น แต่บางทีเขาก็กลัวท้องฟ้าแบบนี้เหมือนกัน เว้งว้างเหมือนกับการอยู่คนเดียว เหมือนกับเขากำลังจะหายจากโลกนี้ไป เราจึงจับมือของมาทีอุสไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าเรายังอยู่กับเขาตลอด หลังจากนั้นเขาถึงจะบอกลาเรา และกลับไปยังปราสาท พร้อมกำชับให้เราใส่แหวนไว้ตลอด เพื่อการพบกันในครั้งต่อไป....

 

Track 05 重ねる逢瀬 การนัดพบที่ทับซ้อน

      การพบเจอของเรากับมาทีอุสเริ่มบ่อยขึ้นเรื่อยๆ โดยผ่านแหวนที่มาทีอุสให้ไว้ มาทีอุสบอกว่าการที่ได้พบเราทำให้เขารู้สึกสนุกสนาน แค่ได้พบเรา และ ได้ใช้เวลาอยู่กับเรา ก็มีความสุขเพียงพอแล้วสำหรับตัวเขา แต่เรื่องที่เขาเคยย้ำว่าเราเคยพบกันมาก่อน ก็ยังคาใจของเรามาตลอด แต่มาทีอุสก็ขอร้องไม่ให้เราถามอีก เพราะ มาทีอุสกลัวว่าถ้าหากเรารู้ อาจจะเกลียด จะกลัวเขาไปเลยก็ได้

      แต่เราก็ยังอยากรู้และคอยถามเขาอยู่ตลอด มาทีอุสเลยบอกว่าถ้าอยากรู้จริงๆละก็ต้องเล่นเกมกับเขาก่อน ถ้าเราทนกับเกมของเขาได้ เขาก็จะเล่าทุกอย่างให้เราฟังไม่มีปกปิด หลังจากนั้นเขาจึงพาเรากลับไปยังปราสาทของเขา

 

Track 06 君が許してと言うまで จนกว่าเธอจะพูดว่ายกโทษให้ทีเถอะ

      ในแทรคนี้มาทีอุสจะพาเรากลับมาที่ในปราสาท แต่เป็นอีกห้องที่แตกต่างจากที่เคยมา เขาเฉลยให้เราฟังว่าห้องนั้นอยู่ชั้นบนสุดของปราสาทเอาไว้กักขังนักโทษ สิ่งที่มาทีอุสจะทำกับเราคือ การทรมานอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าเราอดทนจนวินาทีสุดท้าย เขาจะยอมบอกความลับของเขาให้เราฟัง

      หลังจากนั้นเขาจะเอาโซ่ลงอาคมมาล่ามเราไว้ โดยบอกว่าหากเรายอมแพ้เขาก็จะเอาออกให้ หลังจากนั้นเกมก็เริ่มต้นขึ้น มาทีอุสเริ่มทรมานเราโดยการเสกให้เราขยับไม่ได้ หลังจากนั้นเขาจะให้เราหลับตาลง และหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ระหว่างเราทำตามที่เขาสั่ง เขาก็จะหายใจเข้าออกใส่หูเราไปเรื่อยๆ สักพักจะเปลี่ยนจากการหายใจเป็นเป่า หายใจเข้าลึกๆทางหูขวา แล้วเป่าลงตรงหูซ้าย สลับไปเรื่อยๆ (ฉากนี้แบบว่า 下野さんいじわる>////<) แต่ถึงเราจะหน้าแดงไปถึงใบหู แต่เราก็ทนไปเรื่อยๆ มาทีอุสก็จะทรมานเราไปเรื่อยๆ

      แต่ทั้งๆที่เขาบอกว่าจะทรมานเรา เขาก็ไม่แตะต้องตัวเราสักนิด เป่าไปเรื่อยๆ พูดจาเสะเมะไปเรื่อยๆ แต่เราก็ยังทนให้เขาทรมานเราต่อไป จนมาทีอุสเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเสียเอง เขาจึงหยุดลง และ ถามเราว่าทำไมถึงอยากรู้นักหนา แต่เราก็ไม่ตอบอะไร สุดท้าย มาทีอุสก็เป็นฝ่ายยอมแพ้ และ ยอมเล่าเรื่องทุกอย่างของเขาให้เราฟัง....

My Comments : เสียววาบๆ เหมือนชิโมะซังตัวเป็นๆมาหายใจอยู่ข้างหูอะ อรั๊ยยยยย... แล้วดันพูดเสะเมะแบบคำว่า “ใบหูกลายเป็นสีแดง ร้อนมากสินะ....” “อยากให้ฉันสัมผัสเธอมากสินะ” “อยู่ใกล้ขนาดนี้แต่ทำไมถึงไม่ถูกสัมผัส...” “สั่นเชียวนะ...น่ารักจริงๆ เจ้าหญิงของข้า” แล้วเสียงกลืนน้ำลายอึกๆนั่น... คนฟังอาจจะคิดว่ากำลังจะโดนงับหรืออะไรแล้ว แต่แทรคนี้เรายังไม่รู้ว่ามาทีอุสเป็นแวมไพร์ ก็เลยก้ำๆกึ่งๆว่าตกลงมาทีอุสจะทำอะไรกับเรากันแน่.... ถ้าเป็นนางเอกจริงๆนี่หัวใจคงจะเต้นตุบๆๆๆๆๆๆๆ หน้าแดงไปถึงไหนๆแล้วมั้ง...

 

Track 7 初陣ศึกครั้งแรก

      มาทีอุสเล่าให้ฟังว่า สมัยที่เขาเกิด (กล่าวคือช่วงเวลาก่อนที่เราจะเกิดซะด้วยซ้ำ) โลกกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และจริงๆแล้วเขาไม่ได้เกิดที่ปราสาทแห่งนี้ ในตอนนั้นเกิดสงครามที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อทวีปยุโรปทั้งทวีปขึ้น เขาก็ได้เข้าร่วมสง